งานแปล:ไคดัง: เรื่องเล่าขานและการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งประหลาด/บทที่ 2

  • เป็ดแมนดาริน
เป็ดแมนดาริน


มีพรานหัดเหยี่ยวและล่าสัตว์ผู้หนึ่งนาม ซนโจ อาศัยอยู่ในเขตชื่อ ทามูระ-โนะ-โก แห่งมณฑลมุตสึ วันหนึ่ง เขาออกไปล่าสัตว์ และไม่พบสัตว์ใด ๆ เลย แต่กลางทางกลับเรือน ตรงสถานที่อันมีนามว่า อากานูมะ เขาเห็น โอชิโดริ (เป็ดแมนดาริน)[1] คู่หนึ่งว่ายคลอเคลียกันอยู่ในแม่น้ำที่เขากำลังจะข้ามผ่าน การฆ่าเป็ดแมนดารินนั้นเป็นสิ่งมิบังควร แต่ซนโจเกิดหิวโหยอย่างยิ่ง และเขายิงสัตว์คู่นั้น เกาทัณฑ์ของเขาทะลุเป็ดตัวผู้ ส่วนตัวเมียเร้นรี้เข้าไปในพุ่มไม้ที่ชายฝั่งข้างหน้าแล้วหายลับไป ซนโจจึงเอาเจ้าสัตว์ปีกที่สิ้นลมแล้วนั้นกลับเรือน และปรุงเป็นอาหาร

คืนนั้น เขานิมิตฝันอันชวนโศกสลด ดูเหมือนเขาจะเห็นสตรีโฉมสะคราญผู้หนึ่งเข้ามาในห้องเขา แล้วยืนอยู่ข้างหมอนเขา ก่อนเริ่มร้องร่ำคร่ำครวญ นางร้องไห้อย่างขื่นขมจนซนโจรู้สึกราวกับว่า หัวใจตนกำลังถูกแหวะออกมาขณะสดับเสียงนั้น แล้วหญิงนั้นก็กู่ร้องมาที่เขาว่า "ทำไม โอ! ทำไมต้องฆ่าเขาด้วย? เขาทำผิดอะไร? . . . ที่อากานูมะ เรากำลังมีความสุขกันอยู่แท้ ๆ แล้วท่านก็ฆ่าเขา! . . . เขาเคยทำร้ายอะไรท่านหรือ? รู้ตัวบ้างไหมว่าทำอะไรลงไป . . . ท่านก็เหมือนฆ่าข้าไปด้วย เพราะเมื่อไร้ซึ่งสามีข้า ข้าก็จะไม่ขออยู่แล้ว! . . . ข้ามาเพื่อบอกท่านเท่านี้แหละ" . . . ครั้นแล้ว นางก็ครวญคร่ำรำพันด้วยเสียงอันดังอีกครั้ง ช่างขมขื่นเสียจนเสียงร้องของนางดุจเสียดแทงเข้าไปในไขกระดูกของผู้ได้ยิน และนางก็สะอื้นถ้อยคำในบทกลอนนี้ออกมา

  • ฮิ คูรูเรบะ
  • ซาโซเอชิ โมโนะ โวะ —
  • อากานูมะ โนะ
  • มาโกโมะ โนะ คูเระ โนะ
  • ฮิโตริ-เนะ โซะ อูกิ!
"ตกเย็นพลันชวนกันกลับ กลับมีกรรมเกินคำพรรณนา
ต้องนอนเปลี่ยวเดี่ยวเอกา ในพุ่มพนาอากานูมะ"[2]

และเมื่อเอื้อนเอ่ยถ้อยกวีเหล่านี้แล้ว นางก็ร้องว่า "อา ท่านไม่ตระหนักหรอก ท่านไม่มีทางตระหนักว่า ตนเองทำอะไรลงไป! แต่พรุ่งนี้ เมื่อท่านไปยังอากานูมะ ท่านจะได้เห็น ท่านจะได้เห็นเอง . . ." กล่าวเช่นนี้แล้ว และหลั่งน้ำตาอย่างน่าสงสารเหลือใจแล้ว นางก็จากไป

ครั้นซนโจตื่นขึ้นในยามเช้า ความฝันนี้ยังคาอยู่ในจิตใจอย่างแจ่มแจ้งนัก จนเขากระวนกระวายเป็นอันมาก เขาจำได้ถึงวาจาที่ว่า "แต่พรุ่งนี้ เมื่อท่านไปยังอากานูมะ ท่านจะได้เห็น ท่านจะได้เห็นเอง" แล้วเขาจึงตัดสินใจไปที่นั่นเดี๋ยวนั้น เผื่ออาจแจ้งใจได้ว่า เรื่องที่ฝันนั้นเป็นสิ่งใดยิ่งไปกว่าความฝันหรือไม่

ฉะนั้น เขาจึงไปยังอากานูมะ และที่นั่น เมื่อเขาไปถึงริมฝั่งน้ำแล้ว เขาก็เห็นเป็ดแมนดารินตัวเมียว่ายวนอยู่ลำพัง ในยามเดียวกันนั้นเอง นางเป็ดก็เห็นซนโจเข้า แต่แทนที่มันจะอุตส่าห์หนี มันก็ว่ายปรี่เข้ามายังเขา พลางมองจ้องมาที่เขาอย่างประหลาด และแล้ว ในทันใด นางก็ใช้จะงอยปากฉีกทึ้งร่างของตนออก แล้วตายลงต่อหน้าตาต่อตาพรานนักล่าผู้นี้ . . .

ซนโจจึงโกนศีรษะแล้วออกบวช


  1. นับแต่โบราณมา ในตะวันออกไกลถือกันว่า สัตว์ปีกเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักใคร่ฉันคู่ครอง
  2. วรรคที่สามมีความหมายแฝงอันชวนสลดอยู่ เพราะพยางค์ที่รวมกันเป็นคำวิสามานยนามว่า อากานูมะ ("บึงแดง") นั้น จะอ่านเป็น อากานุ-มะ ก็ได้ ซึ่งหมายถึง "ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์อันแยกจากกันไม่ได้ (หรืออันเปี่ยมสุข) ของเรา" ฉะนั้น บทกลอนนี้จึงถอดความดังนี้ก็ได้ คือ "ตอนตกเย็น ข้าชวนเขาให้มาอยู่เคียงคู่กัน . . . บัดนี้ หลังจากช่วงเวลาแห่งความผูกพันอันชื่นบานนั้นแล้ว กลับช่างโศกตรมเหลือเกินสำหรับคนที่ต้องนอนซมลำพังในเงามืดแห่งพุ่มไม้!" อนึ่ง คำว่า มาโกโมะ นั้น หมายถึง ไม้พุ่มขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งซึ่งใช้สานตะกร้า