วรรณกรรมต่างเรื่อง/เรื่องที่ 2


อธิบายเรื่องบทละครของคุณสุวรรณ

มีผู้ได้ไต่ถามแลเตือนมาเนือง ๆ ว่า เหตุใดหอพระสมุดฯ จึงไม่พิมพ์บทละครของคุณสุวรรณ เหตุนั้นก็บอกได้โดยง่ายว่า เพราะหอพระสมุดฯ หาฉบับยังไม่ได้ จึงมิได้พิมพ์ มาบัดนี้ หาฉบับได้ หอพระสมุดฯ จึงพิมพ์บทละครของคุณสุวรรณทั้ง ๒ เรื่องไว้ในสมุดเล่มนี้ให้ได้อ่านกันตามปรารถนา

แต่ผู้ที่ยังไม่ทราบเค้ามูลเรื่องบทละครของคุณสุวรรณเห็นจะมีในชั้นนี้มากด้วยกัน ถ้าไม่อธิบายให้ทราบ น่าจะพากันเห็นเป็นการแปลกประหลาดที่หอพระสมุดฯ เอาหนังสือเช่นนี้มาพิมพ์ เพราะที่แท้เป็นบทบ้าแต่ง มิใช่บทละครอย่างปรกติ เพราะฉะนั้น จำจะต้องชี้แจงให้ทราบเรื่องเดิมแลข้อขำของบทละครคุณสุวรรณเสียก่อน

คุณสุวรรณผู้แต่งบทละคร ๒ เรื่องนี้เป็นธิดาพระยาอุไทยธรรม (กลาง) ราชินิกุลบางช้าง มีอุปนิสัยใจรักการแต่งกลอนมาแต่ยังเด็ก ได้ถวายตัวทำราชการฝ่ายในตามเหล่าสกุลเมื่อในรัชกาลที่ ๓ อยู่ที่ตำหนักพระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ในชั้นนั้น คุณสุวรรณได้แต่งกลอนเพลงยาวเป็นนิราศเรื่องกรมหมื่นอัปสรฯ ประชวร[1] ยังปรากฏอยู่เรื่อง ๑ นอกจากเพลงยาวนิราศแลบทละครที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ กลอนของคุณสุวรรณคงมีเรื่องอื่นอีก แต่ยังหาพบไม่ เมื่อกรมหมื่นอัปสรฯ สิ้นพระชนม์แล้ว คุณสุวรรณก็อยู่ในพระราชวังต่อมา แต่ไม่ปรากฏว่า ทำราชการในตำแหน่งพนักงานใด

คุณสุวรรณมามีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อรัชกาลที่ ๔ เหตุด้วยเสียจริต แต่ไม่คลั่งไคล้อันใด เป็นแต่ฟุ้งไปในกระบวนแต่งกลอน จึงแต่งบทละคร ๒ เรื่องที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ เรียกกันว่า เรื่องพระมะเหลเถไถ เรื่อง ๑ กับอุณรุทร้อยเรื่อง อีกเรื่อง ๑ เล่ากันมาว่า คุณสุวรรณอยู่เรือนที่แถวนอก ใครไปหา ถ้าบอกว่า อยากจะฟังบทละครที่แต่งใหม่ คุณสุวรรณก็ว่าบทละคร ๒ เรื่องนี้ให้ฟังโดยจำไว้ได้แม่นยำ ผู้ที่ได้ฟังเห็นขบขันก็พากันชอบ ที่จำได้บ้างก็มาว่าให้ผู้อื่นฟังต่อ ๆ มา เพราะฉะนั้น บทละครของคุณสุวรรณจึงแพร่หลาย พวกผู้ดีชาววังจำกันได้มากบ้างน้อยบ้างแทบจะไม่เว้นตัว แต่ที่ได้จดไว้เป็นตัวอักษรนั้นน้อยแห่ง ครั้นนานมา จึงหาฉบับยาก

คุณสุวรรณถึงแก่กรรม[2] เมื่อต้นรัชกาลที่ ๕ แต่บทละครของคุณสุวรรณยังมีผู้จำได้เป็นตอน ๆ แลว่าให้กันฟังสืบต่อมา พึ่งพบฉบับที่ได้เขียนไว้ที่ได้มาพิมพ์ในสมุดเล่มนี้

บทละครของคุณสุวรรณที่เป็นของแปลกนั้น คือ:– บทละครเรื่องพระมะเหลเถไถ คุณสุวรรณแต่งเป็นภาษาบ้างไม่เป็นภาษาบ้างปะปนกันไปแต่ต้นจนปลาย แต่ใครอ่านก็เข้าใจความได้ตลอดเรื่อง ความขบขันอยู่ที่ตรงข้อนี้ ส่วนบทละครอุณรุทร้อยเรื่องนั้น คุณสุวรรณเกณฑ์ให้ตัวบทในละครเรื่องต่าง ๆ มารวมกันอยู่ในเรื่องเดียว ถ้าดูโดยกระบวนความ อยู่ข้างจะเลอะ แต่ไปดีทางสำนวนกลอนกับแสดงความรู้เรื่องละครต่าง ๆ กว้างขวาง เพราะในสมัยนั้น บทละครยังมิได้พิมพ์ คุณสุวรรณคงต้องพยายามมากทีเดียว จึงได้รู้เรื่องละครต่าง ๆ มากถึงเพียงนั้น แต่มีอยู่บท ๑ ในอุณรุทร้อยเรื่องของคุณสุวรรณซึ่งควรสรรเสริญในกระบวนความว่า เป็นความคิดแปลกดี คือ บทจำแลงตัวซึ่งพิมพ์อยู่หน้า ๔๙ ในสมุดเล่มนี้

กรรมการหอพระสมุดฯ หวังใจว่า เมื่อท่านทั้งหลายได้ทราบเค้ามูลของบทละครคุณสุวรรณดังแสดงมา คงจะพอใจอ่านบทละครของคุณสุวรรณทั่วกัน


ดำรงราชานุภาพ
สภานายก
  • หอพระสมุดวชิรญาณ
  • วันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๓

บทละคร เรื่อง พระมะเหลเถไถ
ของ คุณสุวรรณ
ช้าปี่
เมื่อนั้น พระมะเหลเถไถมะไหลถา
สถิตยังแท่นทองกะโปลา สุขาปาลากะเปเล
วันหนึ่งพระจึงมะหลึกตึก มะเหลไถไพรพรึกมะรึกเข
แล้วจะไปเที่ยวชมมะลมเต มะโลโตโปเปมะลูตู
ตริแล้วพระมะเหลจึงเป๋ปะ มะเลไตไคลคละมะหรูจู๋
จรจรัลตันตัดพลัดพลู ไปสู่ปราสาทท้าวโปลา
ฯ ๖ คำ ฯ เพลงช้า
ร่าย
ครั้นถึงจึงเข้าตะหลุดตุด ก้มเกล้าเค้าคุดกะหลาต๋า
มะเหลไถกราบไหว้ทั้งสองรา จึงแจ้งกิจจามะเลาเตา
ด้วยบัดนี้ตัวข้ามะเหลเถ ไม่สบายถ่ายเทกะเหงาเก๋า
จะขอลาสองราหน้าเง้าเค้า เที่ยวมะไลไปเป่าพนาวัน
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้น ท่านท้าวโปลากะปาหงัน
กับนางตาลากะปาลัน ได้สดุบตรุบหันมะเลเท
มะลอกทอกบอกว่าจะลาไป พนาปำทำไมจะไพล่เผล
มะเลอเตอเป๋อเปื้อนเที่ยวเชือนแช จึงตรัสห้ามมะเหลเถมะเลทา
เจ้าอย่าไปไชเชกะเปลู จงเอ็นดูพ่อเถิดมะไหลถา
พระมะเหลไถเฝ้ามะเลาชา ก็จำให้ลูกยามะลาปอง
ฯ ๖ คำ
เมื่อนั้น มะเหลไถทูลลามาหงองก๋อง
จึงตรัสสั่งเสนากะจารอง ให้ผูกม้าปาป๋องกะงึงกึง
ฯ ๒ คำ ฯ
บัดนั้น เสนารับสั่งกะงังกึ่ง
ไม่นั่งนิ่งวิ่งไปมะลึงตึง มะลันตันครั้นถึงจึงบอกกัน
ว่าบัดนี้มีรับสั่งมะเหลเถ ให้ผูกม้าปาเปกะหงันกั๋น
จะเสด็จเตร็จเตร่มะเลตัน ว่าแล้วชวนกันมะแลงแตง
ฯ ๔ คำ ฯ
ยานี
ผูกเบาะอานพานหน้ามะเหลาะเตาะ เข็มสลักปักเปาะกะแง๋งแก๋ง
เตรียมทั้งพหลพลแปงแมง แล้วไปทูลแถลงมะแรงตา
ฯ ๒ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้น พระมเหลเถไถมะไหลถา
ได้ฟังเสเนาทะเลาปา เสด็จมาที่สรงมะลงโช
ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ
โทน
สระสรงทรงสุคนธ์ปนตลึก ลูบไล้ไป่ปึกกะโง๋โก๋
สนับเพลาเชิงไชกะไรโจ ภูษาสีสะโรกะโปลัน
เจียรบาดปักทองกะลองเต็ด ปั้นเหน่งเพชรสายสอดจรอดฉัน
ฉลององค์อย่างน้อยกะปอยลัน มะลวงชวงปวงปันคั่นทองกร
มงกุฎแก้วแวววาบมะราบรับ กรรเจียกจันปันกับมะหลอนฉอน
ธำมรงค์จินดากะราชอน ตลุดฉุดอรชรมะลอนชัน
ดูเลือบเชือบเหลือบแลกะโปงโลง งามดังปังโปงกำงั๋นกั๋น
กะงวยกวยฉวยพระแสงมะแรงตัน มอระตอก็รันขึ้นอาชา
ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง
ร่าย
พร้อมหมู่โยธาพะลาแหน พลาหับนับแสนแน่นหนา
ได้ฤกษ์เลิกพหลมะลนทา ออกจากภารากะปาโล
ฯ ๒ คำ ฯ กราว
ชมดง
พระชมเขาเนาเนินกะหรกกก รุกขชาติดาษดกมะโหลโต๋
มะลาตันสาระพันกะลันโป กะลาปียี่โถมะโยตัน
มะโยติงปริงปรางลางสาบ ลางสาดหาดหาบมะหลันปั๋น
มะลันปีสีเสียดประเหยียดกัน ประยงค์แก้วแถวพันมะลันดา
มาลีดวงพวงช่อมะลอชร มาลีชาดมาดซ้อนมะรอนฉา
มะรินชิงจิงจ้อมะยอตา มะยมเต็มเข็มลามะกาโล
มะกาลิงปิงปุ่มกะทุ่มท้อน กะทิงถินกลิ่นขจรมะลอนโหว
มะลิวันมันโมกกะโหลกโก กุหลาบแกมแนมโยทกาลี
กาหลงชงโคมะโยแป๋ว มะโยปมนมแมวมะแลวฉี
มะลัยฉาวสาวหยุดมะลุดลี มะลิลาสารภีมะลีโช
พระชมปักษากะลาชอน กะลาฉินบินว่อนกะล่อนโฉ
กะลิงเฉียบเหยียบแต้วเค้าแมวโม เค้าเมงหมิ่นผินโผพะโวตา
พะวาติบจิบจาบคาบไข่ ขาบเคียงเขาไฟไถลถา
ถลาโถมโจมจับมารับกา รับกันจำพันจากะสาลม
กะสาเล่นเบญจวันมะลันปี มะลันโปโนรีมะลีสม
มะลาโสนโกญจากะทาทม กะทาเทืองเงื่องงมมะลมปา
มะลาปิงคลิ้งโคลงอีโลงแล่น อีลุ้มลี้อีแอ่นกะแรนฉา
กะเรียนฉาบคาบคั้นมะรันบา มาร่อนบินกินหว้ามะลาแชง
มะลาชัดสัตวากระสาสูง กระแสเสียงเถียงยูงกะรูงแฉ่ง
กะรอกฉวยกล้วยไม้ดูไวแวง ดุเหว่าหวานขานแข่งระแวงวัง
ระเวงแว่วแจ้วเจื้อยระเรื่อยร้อง ระเรื่อยรี่มี่ก้องมะลองกั๋ง
มะเลียบกิ่งทิ้งถ่อนมะลอนกัง มะเล่นกิ่งชิงรังมะลังโต
มาโลดเต้นเม่นหมีชะนีบ่าง ชะนีแบดแรดช้างกะงางโก๋
กะแหงนเกยเสยแทงทะโยงโย ทะยานโยกโศกโสทะโลเป
ทลายป่นกล่นเกลื่อนทะเลือนเท่า ถลาโถมถล่มเท้าทะเลาเส
ถลันสำถลำสวบระยวบเย ระยำทับเทมะเลทอน
มะไลโทโคถึกมฤคี มฤคาพาชีมะหลอนฉอน
มาลบเชือเสือสิงห์มหิงส์จร มหาใจไกรสรมะลอนชา
ฯ ๒๘ คำ ฯ เชิด
สมิงทอง
เมื่อนั้น พระมะเหลเถไถมะไหลถา
เพลิดเพลินฤทัยมะไลทา ลืมทุกข์สุขามะลาจี
ละเลิงจนสนธยาหัสดง หัสดับลับลงคีรีศรี
พระจึงมีสิงหนาทประภาษพี สั่งพวกเสนีมะลีทา
ให้ยับยั้งพหลกะรนจง กะร้อมชอมล้อมวงมะรงฉา
แล้วให้ช่วยกันมะรันทา มะเรทับพลับพลาพนาลี
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
บัดนั้น เสนารับสั่งมาลังปี๋
มะลุกปุกคุกเข่ามะเลาตี มะรันทังดังมีมะลีทา
เกณฑ์กันฟันแฝกมะแลกแจง คัดขุดลุดแชงมะแลงฉา
กะรับชับสรรพเสร็จมะเร็จตา สำเร็จตามบัญชามะลาเท
ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา
เมื่อนั้น พระมเหลเถไถมะไหลเถ
เสด็จขึ้นพลับพลามะลาเท มะไหลถอนนอนเอ้ทะเวกา
ฯ ๒ คำ ฯ
ช้า
เทวศกายคายคันรัญจวน ร้อนใจใคร่ครวญหวนหา
หวนโหยโดยดิ้นในวิญญา วิญญากจากปรามะราโท
มาแรมทางกลางป่าพนาดร พนาแดนศิงขรมะยอนโฉ
มาเย็นเฉื่อยเรื่อยร้างน้ำค้างโพร น้ำค้างพรมลมโวมะโรตอน
มารื่นต่างนางในรำไพพัด รำเพยเพียงเคียงรัตน์ปัจถรณ์
ประทมที่ศรีใสจะไลชอน จนหลับชิดสนิทนอนมะลอนชา
ฯ ๘ คำ ฯ ตระ
ยานี
มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวหัสไนยมะไหลถา
สถิตที่วิมานมะลานชา กายารุ่มร้อนมะลอนจี
จึงเล็งทิพเนตรมะเลดป่า ในชมพูแผ่นหล้ามะลาถี
เห็นพระมะเหลเถทะเวที มาแรมร้างค้างที่มะลีไช
เพราะไม่มีคู่จรูสม เสวยรมย์ราชามะลาไส
ผู้เดียวเปลี่ยวองค์มะลงไต จำเราจะให้มะไลทา
อันลูกท้าวไทมะไลที เลิศล้ำนารีมะลีถา
ชื่อนางตะแลงแกงมะแลงกา วาสนาควรคู่มะลูตอง
อัมรินทร์จินตนาแล้วลาเชด เหาะระเห็จจากวิมานมะลานถอง
มายังกรุงไกรมะไลทอง โดยจิตคิดปองมะรองแทง
ฯ ๑๐ คำ ฯ เหาะ
ร่าย
ครั้นถึงซึ่งพารามะลาตั๋ง โกสีย์ลงยังมะลังแต๋ง
เข้าไปในปรางค์มะรางแชง อุ้มองค์ตะแลงแกงตะแลงมา
ฯ ๒ คำ ฯ
เหาะลิ่วปลิวฟ้ามาฉับพลัน ถึงพลับพลาสุวรรณมะลันถา
วางองค์ลงใกล้มะไลชา อัมราพินิจมะลิดจู
ฯ ๒ คำ ฯ
ชมโฉม
งามดังสุริยันมะลันตอน เคียงดวงศศิธรมะลอนฉู
จะดูไหนวิไลกะไรตู สมสองครองคู่จะลูเจ
ดูโฉมตะแลงแกงแมลงกัด งามดังเพชรรัตน์มะลัดเถ
งามพระมเหลไถมะไลเท ดังสุวรรณอันเอละเลทา
สมวงศ์ทรงศักดิ์จักรพรรดิ์ สมเชื้อเนื้อกษัตริย์มะลัดถา
สมทรงคงครองกะรองปา เป็นมหาจรรโลงมะโรงกี
แล้วท้าวหัสนัยน์มะไลถา ก็ออกจากพลับพลาพนาศรี
สำแดงแผลงอิทธิ์ฤทธี ไปสู่ที่วิมานมะลานทา
ฯ ๘ คำ ฯ เชิด
ร่าย
เมื่อนั้น พระมะเหลเถไถมะไหลถา
ผวาตื่นฟื้นจากมะรากปา เห็นนางกัลยามะลาที
ฯ ๒ คำ ฯ
ชมโฉม
พระเพ่งพินิจมะลิดตัก ประไพพักตร์เพียงจันทร์มะลันถี
อรชรอ้อนแอ้นมะแรนจี เลิศล้ำนารีมะลีทา
ฤๅหนึ่งนางในมะไลจึก พระไพรพฤกษ์พระไทรมะไลต๋า
แกล้งจำแลงแปลงกายมะไลทา มาหลอกเล่นเห็นมามะลาตม
ฤๅหนึ่งยักษ์ขินีผีไพร มาคิดปองลองใจมะไลถม
จึงทรงโฉมโสภามะลางม จำจะปลุกชวนชมขึ้นลมปู
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
คิดพลางทางอิงมะลิงออง ค่อยประคองปลุกนางมะลางฉู
เจ้างามชื่นตื่นเถิดมะเลิศตู แล้วเล้าโลมโฉมตรูมะลูเตา
ฯ ๒ คำ ฯ
เมื่อนั้น โฉมนางตะแลงแกงมะแลงเก๋า
ลืมเนตรเห็นองค์มะลงเทา นงเยาว์เคืองขัดปัดกร
เออไฉนไยทำกะลำกัก มาหาญหักไม่เกรงมะเลงฉอน
ข้าอยู่ถึงภารากะลาตอน ไปลักพามาชอนมะลอนไชย
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้น พระมะไหลไถเถมะเหลไถ
ได้ฟังพจนามะลาไท ภูวไนยจึงมีมะลีทา
ฯ ๒ คำ ฯ
โอ้โลม
โฉมเฉลา พี่จะเล่าให้แจ้งมะแลงก๋า
เดิมทีพี่จากมะรากกา มาเที่ยวเล่นป่ามะลาไช
พอค่ำย่ำแสงมะแลงชอน พี่ดะหลุดหยุดนอนมะลอนไฉ
เป็นกุศลดลจิตมะลิดไท เคียงได้เคียงคู่มะลูทอง
ชะรอยว่าเทวัญมะลันที อุ้มองค์มารศรีมาสมสอง
จึงได้ประสบมะลบออง นวลน้องเจ้าอย่าเขินมะเลินใจ
ฯ ๖ คำ ฯ
ร่าย
เมื่อนั้น โฉมนางตะแลงแกงมะแลงไก๋
ได้ฟังถ้อยคำมะลำไท ทรามวัยจึงตอบมะลอบที
ไปว่าเอาเทวัญมะลันตู เหมือนหนึ่งใครไม่รู้มะลูถี
เมื่อครั้งไรใครพามะลาชี ภูมีเก็บเอามาเลาตา
แล้วนางแค้นขัดมะลัดตอน เคืองค้อนภูวไนยมะไหลถา
น้อยฤๅนั่นน่าเชื่อมะเรือปา มาเศกแสร้งแกล้งว่ากะลาเกา
ฯ ๖ คำ ฯ
เมื่อนั้น พระมะไหลไถเถมะเหลเถา
เห็นนางกัลยามะลาเตา จึงตรัสโลมเล้ามะเลาปอน
ฯ ๒ คำ ฯ
ชาตรี
ดูก่อนโฉมตรูมะลูถี เวทีมิเชื่อมะเหลือถอน
อันพระอุณรุทมะลูดชอน เทวาก็พาจรมะลอนเกา
ไปสมสร้อยอุษามะลาตึก โฉมยงจงนึกมะลึกเก๋า
นี่บุญของพี่ยามะลาเตา จึงพาเจ้ามาสมมะลมเต
ว่าพลางทางถดมะหลดติด อย่าอายเอียงเบี่ยงบิดมะลิดเป๋
นางป้องปัดหัตถามะลาเท มะโลโตโปเปมะเลตุง
สองภิรมย์ชมเชยมะเลยปม สำราญรมย์รื่นเริงมะเลิงตุ๋ง
สัพยอกหยอกเย้ามะเลาชุง สมสวาดิ์มาดมุ่งมะลุงแชง
ฯ ๘ คำ ฯ โลม
ร่าย
ครั้นรุ่งรางส่างแสงมะแลงทอง สกุณาร่าร้องมะรองแฉ่ง
พระตื่นจากไสยาศน์นลาตแทง ชวนองค์ตะแลงแกงมะแลงกง
สระสรงพักตรามะลาเต็ด สรรพเสร็จออกจากมะลากก๋ง
พร้อมหมู่ทหารมะลานปง ก้มเกล้าเค้าคงมะลงแตง
พระจึงมีสิงหนาทมะลาดจู เหวยหมู่ทหารมะลานแฉง
จงตรวจเตรียมโยธามะลาแกง ตามตำแหน่งของใครมะไลที
ฯ ๖ คำ ฯ
บัดนั้น เสนารับสั่งมะลังปี๋
ต่างชะแง้แลดูมะลูจี พาทีเบี้ยวบุ้ยมะลุยตุง
แล้วมาเร่งรัดจัดเจา พร้อมพรั่งดังเก่ามะเลาปุ๋ง
คอยพระมะเหลไถมะไลทุง ต่างนายหมายมุ่งจะลูงทา
ฯ ๔ คำ ฯ
เมื่อนั้น พระมเหลไถมะไหลถา
ชวนนางตะแลงแกงมะแลงกา ขึ้นทรงคชามะลากุย
ออกจากพลับพลามะลาโท ทวยหาญขานโห่ตะลุ๋ยปุ๋ย
ดัดดั้นบั่นบุกปุกปุย อีหลุกขลุกขลุยมะลุยปอย
ฯ ๔ คำ ฯ เชิด
มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวไทอสุรามะลาก๋อย
มะรายกาดชาติเชื้อสะเรือดอย สุราต้องกองกอยพะลอยไช
เพราะลอบชมนางฟ้าสลาโสด ศุลีซ้ำทำโทษมะโดดไข
มาตัวขาดอาจองทะลงใจ เที่ยวไล่จับสัตว์ไพรสะไรกุง
สุรากินสิ้นซากมายากทุกข์ กำลังอยากบากบุกมะลุกปุ๋ง
มาแลปะมะเหลไถสะไรชุง สุราชาติมาดมุ่งมะรุงแชง
มราชักยักษ์ย่องมาลองดู มาลอบด้อมค้อมอยู่พะดูแถง
พอได้ทีลีลามมะหามแทง มะฮึกทำสำแดงแทลงกี
ถลากายหมายมั่นมะลันจ้อง มะเหลจับรับรองสะรองกี้
สุราก๋อยถอยท่ามะลารี มะเหลรุกคลุกคลีประชีไช
ประชิดชิงอาวุธยุทธนา ยักษ์ทะนงทรงคทาตะลาไป๋
ตลบป้องคล่องแคล่วมะแลวไท มะลวงทีหนีไล่มะไลทอง
ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด
หมดฉบับ เข้าใจว่า ของเดิมก็จบเพียงเท่านี้

  1. เพลงยาวนิราศของคุณสุวรรณ หอพระสมุดฯ ได้พิมพ์ในประชุมเพลงยาว ภาคที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓
  2. ข้าพเจ้าได้กล่าวในคำนำเพลงยาวคุณสุวรรณว่า ถึงแก่กรรมเมื่อรัชกาลที่ ๔ นั้นผิดไป