พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัดถเลขา (2455)/ภาค 1/แผ่นดินที่ 15

แผ่นดินสมเด็จพระยอดฟ้า

 ฝ่ายสมณพราหมณาจารย์มุขมนตรีกระวีราชนักปราชบัณฑิตย์โหราราชครูสโมสรพร้อมกันประชุมเชิญพระแก้วฟ้า พระชนม์ได้ ๑๑ พระพรรษา เสด็จผ่านพิภพถวัลยราชประเวณีสืบศรีสุริยวงษ์อยุทธยาต่อไป แลนางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ผู้เปนสมเด็จพระชนนีช่วยทำนุกนิ์บำรุงประคองราชการแผ่นดิน ในปีนั้น แผ่นดินไหว.

 ศักราช ๘๙๐ ปีชวด สำเรทธิศก ณวัน ค่ำ สมเด็จพระแก้วฟ้าเสด็จออกสนามพร้อมด้วยหมู่มุขอำมาตยมนตรีเฝ้าพระบาทยุคลเปนอันมาก ดำรัศสั่งให้เอาช้างบำรูงากัน บังเกิดทุจริตนิมิตร งาช้างพระยาไฟนั้นหักเปนสามท่อน ครั้นเพลาค่ำ ช้างต้นพระยาฉัททันตไลน้ำตาไหลร้องเปนเสียงคนร้องไห้ ประการหนึ่ง ประตูไพชยนต์ร้องเปนอุบาทว์ ครั้นอยู่มา นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์เสด็จไปประพาศเล่นณพระที่นั่งพิมานรัตยาหอพระข้างน่า ทอดพระเนตรเห็นพันบุตรศรีเทพผู้เฝ้าหอพระ ก็มีความเสน่หรักใคร่พันบุตรศรีเทพ จึงสั่งสาวใช้ให้เอาเมี่ยงหมากห่อผ้าเช็ดน่าไปพระราชทานพันบุตรศรีเทพ พันบุตรศรีเทพรับแล้วก็รู้อัชฌาไศรยว่า นางพระยามีพระไทยยินดีรักใคร่ พันบุตรศรีเทพจึงเอาดอกจำปาส่งให้สาวใช้เอาไปถวายนางพระยา นางพระยาก็ยิ่งมีความกำหนัดในพันบุตรศรีเทพเปนอันมาก จึงมีพระเสาวนีสั่งพระยาราชภักดีว่า พันบุตรศรีเทพเปนข้าหลวงเดิม ให้เอามาเปนที่ ขุนชินราชรักษาหอพระข้างใน ให้เปลี่ยนขุนชินราชออกไปเปนพันบุตรศรีเทพรักษาหอพระข้างน่า ครั้นพันบุตรศรีเทพเปนขุนชินราชเข้าไปอยู่รักษาหอพระข้างในแล้ว นางพระยาก็ลอบลักสมัคสังวาศกับด้วยขุนชินราชช้านาน แล้วดำริห์จะเอาราชสมบัติให้สิทธิ์แก่ขุนชินราช จึงตรัศสั่งพระยาราชภักดีว่า ให้ตั้งขุนชินราชเปนขุนวรวงษาธิราช ให้ปลูกจวนอยู่ริมศาลาสารบาญชี ให้พิจารณาเลขสังกัดสมพรรค์ หวังจะให้กำลังมากขึ้น แล้วให้เอาเตียงที่อันเปนราชาอาศน์ไปตั้งไว้ข้างน่าสำหรับขุนวรวงษาธิราชนั่ง เพื่อจะให้ขุนนางทั้งปวงอ่อนน้อมยำเกรง แล้วนางพระยาสั่งให้ปลูกจวนให้ขุนวรวงษาธิราชว่าราชการณประตูดินริมต้นหมัน อยู่มา พระยามหาเสนา พระยาราชภักดี พูดกันว่า เมื่อแผ่นดินเปนทุรยศฉนี้ เราจะคิดประการใด ครั้นรุ่งขึ้น นางพระยารู้ว่า พระยามหาเสนาพูดกันกับพระยาราชภักดี จึงสั่งให้หาพระยามหาเสนาเข้ามาเฝ้าที่ประตูดิน ครั้นเพลาค่ำ พระยามหาเสนากลับออกไป มีผู้แทงพระยามหาเสนาล้มลง เมื่อใกล้จะสิ้นใจ พระยามหาเสนาจึงว่า เมื่อเราเปนดังนี้แล้ว ผู้อยู่ภายหลังจะเปนประการใดเล่า ขณะนั้น นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์มีครรภ์ด้วยขุนวรวงษาธิราช จึงมีพระเสาวนีตรัศปฤกษาด้วยหมู่มุขมนตรีทั้งปวงว่า พระแก้วฟ้าโอรสเรายังเยาว์นัก สาลวนแต่จะเล่น จะว่าราชกิจการแผ่นดินนั้นเห็นเหลือสติปัญญานัก อนึ่ง หัวเมืองฝ่ายเหนือเล่าก็ยังมิปรกติ จะไว้ใจแก่ราชการนั้นมิได้ เราคิดว่า จะให้ขุนวรวงษาธิราชว่าราชการแผ่นดินกว่าราชบุตรเราจะจำเริญไวยขึ้น จะเห็นประการใด ท้าวพระยามุขมนตรีรู้พระอัชฌาไศรยก็ทูลว่า ซึ่งตรัศโปรดมานี้ควรอยู่แล้ว.