พระราชพงษาวดาร ฉบับพระราชหัดถเลขา (2455)/ภาค 1/แผ่นดินที่ 5

แผ่นดินสมเด็จพระราเมศวร ครั้งที่ ๒

 สมเด็จพระราเมศวรเสด็จลงมาแต่เมืองลพบุรี เข้าในพระราชวังได้ กุมเอาเจ้าทองจันทร์ได้ ให้พิฆาฏเสียวัดโคกพระยา แล้วพระองค์ได้เสวยราชสมบัติ.

 ศักราชได้ ๗๔๖ ปีชวด ฉศก พระราเมศวรให้เทียบพลยกขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ ตั้งค่ายหลวงไกลคูเมือง ๑๕๐ เส้น ให้นายทัพนายกองตั้งค่ายล้อมแลแต่งการปล้นเอาจงได้ ฝ่ายเจ้าน่าที่ยิงปืนใหญ่ออกมา กำแพงพังกว้างประมาณ ๕ วา พระเจ้าเชียงใหม่ขึ้นยืนถือพัชนีอยู่บนเชิงเทิน ให้ทหารเอาหนังสือแขวนลูกธนูยิงลงมา ในหนังสือนั้นว่า ขอพระราชทานให้งด ๗ วัน จะนำเครื่องพระราชบรรณาการออกไปจำเริญพระราชไมตรี พระเจ้าอยู่หัวจึงปฤกษาด้วยมุขมนตรีว่า พระเจ้าเชียงใหม่ให้หนังสือออกมาดังนี้ ควรจะให้งดฤๅประการใด มุขมนตรีนายทัพนายกองปฤกษาว่า เกลือกพระเจ้าเชียงใหม่จะเตรียมการมิทัน จึงคิดเปนกลอุบายมา ขอพระราชทานให้ปล้นเอาเมืองจงได้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัศว่า เปนกระษัตริย์ขัติยวงษ์ เขาไม่รบแล้วเราจะให้รบนั้นดูมิบังควร ถึงมาทว่าพระเจ้าเชียงใหม่จะมิได้คงอยู่ในสัตยานุสัตย์ก็ดี ใช่ว่าจะพ้นมือทหารเรานั้นเมื่อไร ฝ่ายในเมืองเชียงใหม่นั้นตีแตะบังที่กำแพงทลายนั้นให้ก่อขึ้น ครั้นเจ็ดวันแล้ว พระเจ้าเชียงใหม่มิได้เอาเครื่องจำเริญพระราชไมตรีออกมา นายทัพนายกองข้าทหารร้องทุกขราษฎร์ว่า เข้าในกองทัพทนานละสิบสลึงหาที่ซื้อมิได้ จะขอพระราชทานเร่งปล้น พระเจ้าอยู่หัวบัญชาตามนายทัพนายกอง ทรงพระกรุณาสั่งให้เลิกกองทัพเสียด้านหนึ่ง ให้เร่งปล้นวัน ค่ำ เพลาสามทุ่มสองบาท เดือนตก เจ้าพนักงานยิงปืนใหญ่น้อยระดมทั้ง ๓ ด้าน เอากระไดหกพาดปีนกำแพงขึ้นไป พระเจ้าเชียงใหม่ต้านทานมิได้ เทครัวหนีออกเพลา ๑๑ ทุ่ม ทหารเข้าเมืองได้ ได้แต่นักสร้างบุตรพระเจ้าเชียงใหม่องค์หนึ่งมาถวายพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวตรัศต่อนักสร้างว่า พระเจ้าเชียงใหม่บิดาท่านหาสัตยานุสัตย์มิได้ เราคิดว่า จะออกมาหาเราโดยสัตย์ เราจะให้คงในราชสมบัติ ตรัศดังนั้นแล้ว ก็ให้นักสร้างถวายสัตยานุสัตย์ พระเจ้าอยู่หัวก็ให้แบ่งไพร่พลเมืองไว้พอสมควร เหลือนั้นให้เทครัวอพยพหญิงชายลงมา ให้นักสร้างลงมาส่งเสด็จถึงเมืองสวางคบุรี ทรงพระกรุณาให้นักสร้างกลับขึ้นไปครองราชสมบัติณเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าเมืองพิศณุโลก นมัสการพระชินราช เปลื้องเครื่องต้นทำสักการบูชาสมโภช ๗ วัน เสด็จลงมาพระนคร แลลาวซึ่งต้อนลงมานั้นให้ส่งไปไว้เมืองพัทลุง, เมืองสงขลา, เมืองนคร, เมืองจันทบูร, แล้วเสด็จออกทรงศีลยังพระที่นั่งมังคลาภิเศก เพลา ๑๐ ทุ่มทอดพระเนตรไปโดยฝ่ายทิศบูรพ์ เห็นพระสาริริกบรมธาตุเสด็จปาฏิหาร เรียกปลัดวังให้เอาพระราชยานทรงเสด็จออกไป ให้เอากรุยปักขึ้นไว้ สถาปนาพระมหาธาตุนั้นสูง ๑๙ วา ยอดสูง ๓ วา ให้ชื่อ วัดมหาธาตุ แล้วให้ทำพระราชพิธีประเวศพระนครแลเฉลิมพระราชมณเฑียร.

 ขณะนั้น พระยากัมพูชายกเข้ามาถึงเมืองชลบุรี กวาดครัวอพยพหญิงชายในเมืองชลบุรีแลเมืองจันทบูรคนประมาณ ๖ พัน ๗ พันกลับไปเมืองกัมพูชาธิบดี พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จยกกองทัพไปตีกรุงกัมพูชา ให้พระยาไชยณรงค์เปนทัพน่ายกไปถึงตะพานแยก ชาวกัมพูชาออกตีทัพพระยาไชยณรงค์ ได้รบพุ่งกันเปนสามารถ พระยากัมพูชาก็แตกฉาน พระเจ้าอยู่หัวให้ตั้งค่ายประจันทัพอยู่ ๓ วัน พระเจ้าอยู่หัวยกเข้าตีแตกฉาน เข้าเมืองได้ พระยากัมพูชาลงเรือหนีไป พระเจ้าอยู่หัวลงจากช้าง ให้ยิงปืนนกสับลงไปต้องหม้อดินเปนเพลิงลุกขึ้น พระยากัมพูชาหนีรอด จับได้พระยาอุปราชลูกพระยากัมพูชา ให้พระยาไชยณรงค์อยู่รั้งเมืองกัมพูชา ไว้คน ๕ พัน พระเจ้าอยู่หัวเสด็จคืนพระนครศรีอยุทธยา.

 ครั้นอยู่มา ญวนยกมารบ ถ้ามาน้อย ชาวกัมพูชาเปนใจรบ ถ้ามามาก เรรวนไป พระยาไชยณรงค์บอกหนังสือมากราบทูล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มีหนังสือตอบไป ให้กวาดครัวอพยพยกมาถึงพระนคร แล้วให้ทำพระราชพิธีประเวศพระนคร แล้วปูนบำเหน็จนายทัพนายกอง.

 ศักราช ๗๔๙ ปีเถาะ นพศก สถาปนาวัดภูเขาทอง เพลาเย็น เสด็จมาพระที่นั่งมังคลาภิเศก ท้าวมลซึ่งตายแต่ก่อนนั้นมานั่งขวางทางเสด็จอยู่แล้วหายไป สมเด็จพระราเมศวรบรมบพิตรทรงพระประชวรก็เสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ ๖ ปี.