งานแปล:คำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา/ส่วนที่ 1

คำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 1864) โดย สหรัฐ, แปลจากภาษาอังกฤษ โดย วิกิซอร์ซ
คำประกาศอิสรภาพสหรัฐ (ลงวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1776)
Decl of Ind & Const of USA (1864, p 009).svg
คํ า ป ร ะ ก า ศ
อิ ส ร ภ า พ
1776

นห้วงเหตุการณ์ของมนุษย์ เมื่อกลายเป็นความจำเป็นสำหรับชนกลุ่มหนึ่งที่จะต้องยุบเลิกคณะทางการเมืองซึ่งเรียงร้อยพวกตนเข้ากับกลุ่มอื่น และที่จะต้องรับเอาสถานะซึ่งแบ่งแยกไว้ต่างหากและโดยเท่าเทียมในท่ามกลางมหาอำนาจของโลกตามที่กฎธรรมชาติและกฎของพระผู้เป็นเจ้าในธรรมชาติมอบให้ไว้ การที่เขาเหล่านั้นพึงประกาศสาเหตุที่ผลักดันให้ตนแยกตัวออกมา ก็เป็นเรื่องต้องกระทำเพื่อสำแดงความนับถืออย่างเหมาะสมต่อความคิดเห็นของหมู่มนุษย์

ความสัตย์จริงดังต่อไปนี้ เราถือว่า ชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้ว คือ ทุกคนได้รับการรังสรรค์มาให้เท่าเทียมกัน พระผู้สร้างเขาเหล่านั้นได้ประทานให้เขามีสิทธิบางประการอันถ่ายโอนแก่กันไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้รวมถึงชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข เพื่อประกันสิทธิเหล่านี้ จึงมีการจัดตั้งการปกครองขึ้นในท่ามกลางผู้คน โดยรับอำนาจอันชอบธรรมมาจากความยินยอมของผู้ใต้ปกครอง เมื่อใดที่การปกครองรูปแบบใด ๆ กลายเป็นเครื่องล้างผลาญจุดมุ่งหมายเหล่านี้ เมื่อนั้นก็เป็นสิทธิของประชาชนที่จะเปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างการปกครองนั้น และจัดตั้งการปกครองใหม่ โดยสถาปนารากฐานไว้บนหลักการดังกล่าว และจัดระเบียบอำนาจไว้ในรูปแบบที่เขามองว่า น่าจะยังให้ความปลอดภัยและความสุขของพวกเขาสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด การพิจารณาอย่างรอบคอบย่อมบอกได้อยู่แล้วว่า การปกครองที่ก่อตั้งมานานไม่พึงถูกเปลี่ยนเพียงเพราะสาเหตุเล็กน้อยหรือชั่วครั้งคราว และประสบการณ์ทั้งหลายก็ได้แสดงให้เห็นทำนองเดียวกันว่า ในยามที่ความเลวร้ายทั้งหลายยังทนรับได้ หมู่มนุษย์ย่อมยอมทนกับรูปแบบ[การปกครอง]ที่ตนคุ้นเคยมากกว่าจะเยียวยาตนด้วยการล้มล้างรูปแบบนั้นเสีย แต่เมื่อการข่มเหงและช่วงชิงอันยาวนานเพื่อบรรลุเป้าหมายเดิม ๆ ไม่รู้จบได้ส่อความมุ่งหมายที่จะบั่นทอนเขาทั้งหลายให้อยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการเต็มขั้น ก็เป็นสิทธิของเขาเหล่านั้น เป็นหน้าที่ของพวกเขาเหล่านั้น ที่จะเหวี่ยงการปกครองอันนั้นทิ้งไป แล้วจัดให้มีสิ่งใหม่ไว้คุ้มกันความมั่นคงในอนาคตของพวกตน นั่นแหละที่อาณานิคมนี้ได้อดรนทนกันมา และนั่นแหละคือความจำเป็นที่บีบให้อาณานิคมต้องแปลงเปลี่ยนระบบการปกครองเดิมของตนเสียในบัดนี้ ประวัติศาสตร์ของพระเจ้ากรุงบริเตนใหญ่องค์ปัจจุบัน เป็นประวัติศาสตร์แห่งบาดแผลและการช่วงชิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์โดยตรงเป็นการก่อตั้งระบอบทรราชย์เต็มขั้นไว้เหนือรัฐเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ จึงขอนำเสนอข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลกที่ไร้อคติ [ดังนี้]

กษัตริย์องค์นั้นไม่ยอมอนุมัติกฎหมาย อันเป็นประโยชน์และจำเป็นต่อสวัสดิภาพสาธารณะอย่างถึงที่สุด

กษัตริย์องค์นั้นห้ามข้าหลวงของตัวอนุญาตกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างรีบและด่วน แต่ให้รอการมีผลใช้บังคับไว้จนกว่าจะไดรับอนุมัติจากตัว และเมื่อรอไว้ฉะนั้น ตัวก็จะเพิกเฉยไม่เอาใจใส่เสียโดยสิ้นเชิง

กษัตริย์องค์นั้นไม่ยอมอนุญาตกฎหมายฉบับอื่น ๆ เพื่อสวัสดิการชุมชนขนาดใหญ่ เว้นแต่ชนเหล่านั้นจะสละสิทธิมีผู้แทนในสภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นสิทธิอันหาค่ามิได้สำหรับชนเหล่านั้น และเป็นของแสลงสำหรับทรราชเท่านั้น

กษัตริย์องค์นั้นเรียกประชุมองค์กรนิติบัญญัติ ณ สถานที่อันผิดประหลาด ขัดข้อง และห่างไกลหอเก็บบันทึกสาธารณะขององค์กรเหล่านั้น เพียงเพื่อให้องค์กรนั้นอิดระอาจนยอมตามมาตรการของตัว

กษัตริย์องค์นั้นยุบสภาผู้แทนหลายต่อหลายครั้ง เมื่อการที่ตัวเข้าก้าวก่ายสิทธิของประชาชนนั้นถูกคัดค้านอย่างเด็ดเดี่ยวสมชาย

กษัตริย์องค์นั้น เมื่อยุบสภาฉะนั้นแล้ว ก็ไม่ยอมให้ผู้อื่นได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นเนิ่นนาน อันจะเป็นการคืนอำนาจนิติบัญญัติ — อำนาจอันทำลายมิได้ — กลับสู่ประชาชนโดยรวมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ ขณะเดียวกัน ก็ทำให้รัฐค้างคาอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดการรุกรานจากภายนอกและความอลหม่านจากภายใน

กษัตริย์องค์นั้นเพียรมิให้มีการตั้งถิ่นฐานในรัฐนี้ และเพื่อความมุ่งประสงค์นั้น จึงขัดขวางกฎหมายว่าด้วยการแปลงสัญชาติให้คนต่างด้าว ไม่ยอมอนุญาตกฎหมายฉบับอื่นที่ส่งเสริมให้คนต่างด้าวย้ายถิ่นฐานเข้ามา และเพิ่มเงื่อนไขในการถือครอง[1] ที่ดินรายใหม่

กษัตริย์องค์นั้นขัดขวางการบริหารงานยุติธรรม โดยไม่ยอมอนุมัติกฎหมายก่อตั้งอำนาจตุลาการ

กษัตริย์องค์นั้นกระทำให้ตุลาการตกอยู่ใต้อัธยาศัยของตัวแต่ผู้เดียว ในด้านระยะเวลาดำรงตำแหน่ง กับทั้งจำนวนและการจ่ายเงินตอบแทน[2]

กษัตริย์องค์นั้นสรรค์สร้างตำแหน่งใหม่ขึ้นอีกโข แล้วส่งขุนนางของตัวเป็นโขยงไปดำรงตำแหน่งนั้นเพื่อรังควานประชาชนของพวกเรา และบ่อนฟอนสมบัติพัสถานของพวกเขา

ในยามสงบ กษัตริย์องค์นั้นวางกำลังทหารประจำการไว้ในหมู่เรา โดยหาได้รับความยินยอมจากสภานิติบัญญัติของเราไม่

กษัตริย์องค์นั้นพอใจจะให้ทหารเป็นอิสระจากและอยู่เหนือกว่าอำนาจพลเรือน

กษัตริย์องค์นั้นได้สมรู้กับผู้อื่นในการกดเราไว้ใต้อำนาจซึ่งรัฐธรรมนูญเราไม่รับรู้และกฎหมายเราไม่รับรอง โดยอนุมัติการกระทำของเขาเหล่านั้นในการแอบอ้างออกกฎหมาย

เพื่อเอาทหารพร้อมอาวุธกองใหญ่มาไว้ในท่ามกลางเรา

เพื่อกันมิให้เขาถูกลงโทษฐานฆาตกรรมซึ่งเขาอาจกระทำต่อผู้อยู่อาศัยในรัฐนี้ โดยจัดให้มีการพิจารณาคดีจอมปลอม

เพื่อตัดเราขาดจากการค้าขายกับส่วนอื่น ๆ ของโลก

เพื่อกำหนดภาษีให้เราโดยเรามิได้ยินยอมด้วย

เพื่อกีดกันเราจากประโยชน์ในการมีลูกขุนพิจารณา ดังมีมาในหลาย ๆ คดี

เพื่อขนส่งเราข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นจำเลยในความผิดจอมปลอม

เพื่อล้มเลิกระบบเสรีตามกฎหมายอังกฤษในมณฑลข้างเคียง แล้วก่อตั้งการปกครองตามอำเภอใจ กับขยายขอบข่ายการปกครองนั้น เพื่อให้เป็นตัวอย่างและเครื่องมืออันเหมาะเจาะในการนำระบอบเบ็ดเสร็จอย่างเดียวกันมาใช้ในอาณานิคมนี้ทีเดียว

เพื่อพรากไปเสียซึ่งกฎบัตรของเรา แล้วเอากฎหมายอันเปี่ยมค่าของเราไปล้มเลิก กับทั้งเพิกถอนแปรเปลี่ยนรูปแบบการปกครองของเราจนถึงรากฐาน

เพื่อระงับสภานิติบัญญัติของเราเอง และประกาศตัวว่า มีอำนาจออกกฎหมายให้เราทุกกรณีไม่ว่าจะมีประการใด

กษัตริย์องค์นั้นทิ้งเสียซึ่งการปกครองในที่แห่งนี่ โดยมีประกาศให้เราพ้นจากความคุ้มครองของตัว แล้วเปิดสงครามกับเรา

กษัตริย์องค์นั้นปล้นน่านน้ำเรา ผลาญชายฝั่งเรา เผาบ้านเมืองเรา และทำลายชีวิตประชาชนของเรา

ยามนี้ กษัตริย์องค์นั้นกำลังขนส่งทหารรับจ้างต่างชาติกองใหญ่มาจัดการเข่นฆ่า กวาดต้อน และกดขี่ให้เสร็จสิ้น ซึ่งได้เกิดขึ้นแล้วด้วยพฤติการณ์อันทารุณและกลิ้งกลอกชนิดที่ยุคป่าเถื่อนส่วนใหญ่ยังแทบจะเทียบไม่ติด และไม่คู่ควรแก่การเป็นประมุขของอารยประเทศแม้แต่น้อย

กษัตริย์องค์นั้นบีบให้เพื่อนร่วมชาติเราซึ่งถูกจับเป็นเชลยกลางทะเลหลวงต้องคว้าอาวุธขึ้นสู้กับประเทศของตน จนกลายเป็นผู้ประหัตประหารเพื่อนพ้องน้องพี่ของตน หรือไม่ก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของเขาเหล่านั้นแทน

กษัตริย์องค์นั้นยั่วยุให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมืองท่ามกลางพวกเรา และเพียรจะชักพาผู้อยู่ตามพรมแดนเราเข้ามา ซึ่งก็คือ เหล่าอินเดียนคนป่าไร้เมตตา ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า มีกฎแห่งการรบ คือ ทำลายล้างไม่เลือกหน้า ไม่ว่าอายุ เพศ หรือสภาพใด

ทุก ๆ ช่วงที่ถูกเบียดเบียนเช่นนี้ เราได้ฎีกาขอบรรเทาทุกข์ด้วยถ้อยคำสุดนอบน้อม การตอบรับอย่างเดียวที่มีต่อฎีกาเราซ้ำ ๆ คือ การประทุษร้ายเราซ้ำ ๆ ฉะนี้แล้ว เจ้าชายผู้ที่พระสันดานสำแดงออกด้วยการกระทำทุกประเภทที่อาจเป็นคำนิยามของทรราช ก็ไม่ควรคู่จะเป็นผู้ปกครองของเสรีชนเลย

ใช่ว่าเรากระหายความสนใจจากพี่น้องชาวบริเตนของเรา เราได้ตักเตือนเขาเป็นระยะถึงการที่สภานิติบัญญัติของเขาพยายามทวีเขตอำนาจเหนือเราโดยไร้เหตุ เราได้ย้ำเตือนเขาถึงพฤติการณ์ที่เราโยกย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากกันที่นี่ เราได้วอนขอให้เขามีความเป็นธรรมและเห็นใจกันตามสัญชาตญาณบ้าง และเราได้ยกเยื่อใยของการมีบรรพบุรุษร่วมกันมาโน้มน้าวให้เขาออกมาต่อต้านการช่วงชิงเหล่านี้ ซึ่งจะมีผลให้ความเกี่ยวพันและลงรอยกันของเราต้องสะดุด แต่พวกเขาก็ดุจเดียวกัน ทำหูหนวกตาบอดต่อเสียงกู่ร้องของความยุติธรรมและความสัมพันธ์ทางสายเลือด เหตุฉะนี้ เราจึงจำต้องยอมรับว่า มีความจำเป็นต้องแถลงถึงการแยกตัวออกมา และถือว่า เขาเหล่านั้นเป็นศัตรูในยามรบ เป็นเพื่อนคบในยามสันติ เฉกเช่นที่เราถือต่อมวลมนุษย์ที่เหลือ

ดังนั้น เรา เหล่าผู้แทนสหรัฐอเมริกา ในสภาซึ่งประชุมใหญ่ ได้วอนขอต่อองค์ตุลาการสูงสุดในพิภพให้ตัดสินความถูกต้องของเจตนาแห่งเรา จึงเผยแพร่และประกาศอย่างเป็นพิธีการ ในนามและด้วยอำนาจของผองสุจริตชนแห่งอาณานิคมนี้ ว่า อาณานิคมร่วมเหล่านี้เป็น และโดยสิทธิแล้วก็พึงเป็น รัฐซึ่งเป็นไทและเป็นอิสระ พ้นจากความสวามิภักดิ์ต่อราชาธิปไตยบริเตนในทุกสถาน และความเกี่ยวพันทางการเมืองทุกประการในระหว่างอาณานิคมกับรัฐบริเตนใหญ่เป็นอันและพึงเป็นอันยุติลงทั้งสิ้น และอาณานิคมนี้ ในฐานะรัฐซึ่งเป็นไทและเป็นอิสระ มีอำนาจบริบูรณ์ที่จะก่อสงคราม ตกลงสันติภาพ ทำสัญญาพันธมิตร ก่อตั้งการค้า กับทั้งกระทำการและกิจอื่น ๆ ทั้งปวงซึ่งรัฐอิสระอาจกระทำได้ตามสิทธิ และเพื่อสนับสนุนคำประกาศนี้ เราจึงพร้อมใจกันฝากชีวิต ชะตากรรม[3] และเกียรติยศอันศักดิ์สิทธิ์ ไว้ในกันและกัน โดยตั้งมั่นอยู่ในความคุ้มครองของพระเทวลิขิต

ต่อไปนี้เป็นรายชื่อสมาชิกสภาภาคพื้นทวีปผู้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพ กับทั้งสถานที่และวันที่เขาเหล่านั้นถือกำเนิด และวันที่แต่ละคนถึงแก่ความตาย
ชื่อของผู้ลงนาม เกิด เป็นผู้แทนจาก ตาย
แอดัมส์, จอห์น เบรนทรี แมสซาชูเซตส์ 19 ต.ค. 1735 แมสซาชูเซตส์ 4 ก.ค. 1826
แอดัมส์, แซ็มยวล บอสตัน " 22 ก.ย. 1722 แมสซาชูเซ็ตส์ 2 ต.ค. 108
บาร์เล็ตต์, โจไซอาห์ เอมส์เบอรี " เมื่อ พ.ย. 1729 นิวแฮมป์เชอร์ 19 พ.ค. 1795
แบร็กซ์ตัน, คาร์เทอร์ นิววิงตัน เวอร์จิเนีย 10 ก.ย. 1736 เวอร์จิเนีย 10 ต.ค. 1797
แคร์รอลล์, ชาลส์แห่งแคร์รอลตัน อันแนพะลิส แมรีแลนด์ 20 ก.ย. 1737 แมรีแลนด์ 11 พ.ย. 1832
เชส, แซ็มยวล เทศมณฑลซัมเมอร์เซ็ต แมรีแลนด์ 17 เม.ย. 1741 แมรีแลนด์ 19 มิ.ย. 1811
คลาร์ก, เอบราแฮม อิลิซาเบททาวน์ นิวเจอร์ซีย์ 15 ก.พ. 1726 นิวเจอร์ซีย์ มิ.ย. 1794
ไคลเมอร์, จอร์จ ฟิลาเดเฟีย เพนซิลเวเนีย ปี 1739 เพนซิลเวเนีย 24 ม.ค. 1813
เอลเลอรี, วิลเลียม นิวพอร์ต โรดไอแลนด์ 22 ธ.ค. 1727 โรดไอแลนด์ 15 ก.พ. 1820
ฟลอยด์, วิลเลียม เทศมณฑลซันโฟล์ก นิวยอร์ก 17 ธ.ค. 1734 นิวยอร์ก 4 ส.ค. 1821
แฟรงคลิน, เบนจามิน บอสตัน แมสซาชูเซตส์ 17 ม.ค. 1706 เพนซิลเวเนีย 17 เม.ย. 1790
เจอร์รี, เอลบริดจ์ มาร์เบิลเฮด แมสซาชูเซตส์ 17 ก.ค. 1744 แมสซาชูเซตส์ 28 พ.ย. 1814
กวินเน็ต, บัตทัน อังกฤษ ปี 1732 จอร์เจีย 27 พ.ค. 1777
ฮอลล์, ไลแมน คอนเนทิคัต ปี 1731 จอร์เจีย ก.พ. 1790
แฮนค็อก, จอห์น เบรนทรี แมสซาชูเซตส์ ปี 1737 แมสซาชูเซตส์ 8 ต.ค. 1793
แฮร์ริสัน, เบนจามิน เบิร์กลี เวอร์จิเนีย เวอร์จิเนีย เม.ย. 1791
ฮาร์ต, จอห์น โฮปเวลล์ นิวเจอร์ซีย์ ราว 1715 นิวเจอร์ซีย์ 1780
เฮย์เวิร์ด, ทอมัส, จูเนียร์ เซนต์ลุกส์ เซาท์แคโรไลนา ปี 1746 เซาท์แคโรไลนา มี.ค. 1809
ฮิวส์, โจเซฟ คิงส์ตัน นิวเจอร์ซีย์ ปี 1730 นอร์ทแคโรไลนา 10 พ.ย. 1779
ฮูเพอร์, วิลเลียม บอสตัน แมสซาชูเซตส์ 17 มิ.ย. 1742 นอร์ทแคโรไลนา ต.ค. 1790
ฮอปกินส์, สตีเฟน ซีจูอิต " 7 มี.ค. 1707 โรดไอแลนด์ 19 ก.ค. 1785
ฮอปกินสัน, แฟรนซิส ฟิลาเดเฟีย เพนซินเวเนีย ปี 1737 นิวเจอร์ซีย์ 9 พ.ค. 1790
ฮันทิงทัน, แซ็มยวล วินด์แฮม คอนเนทิคัต 3 ก.ค. 1732 คอนเนทิคัต 5 ม.ค. 1796
เจฟเฟอร์สัน, ทอมัส แชดเวล เวอร์จิเนีย 18 เม.ย. 1743 เวอร์จิเนีย 4 ก.ค. 1825
ลี, แฟรนซิส ไลต์ฟุต สแตรตเฟิร์ด " 14 ต.ค. 1734 เวอร์จิเนีย เม.ย. 1797
ลี, ริชาร์ด เฮนรี สแตรตเฟิร์ด " 20 ม.ค. 1732 เวอร์จิเนีย 19 มิ.ย. 1794
ลูอิส, แฟรสซิส แลนแดฟ เวลส์ เมื่อ มี.ค. 1713 นิวยอร์ก 30 ธ.ค. 1803
ลิวิงสตัน, ฟิลิป ออลบานี นิวยอร์ก 15 ม.ค. 1716 นิวยอร์ก 12 มิ.ย. 1778
ลินช์, ทอมัส, จูเนียร์ เซนต์จอร์จ เซาท์แคโรไลนา 5 ส.ค. 1749 เซาท์แคโรไลนา สูญหายในทะเล 1770
แมกคีน, ทอมัส เทศมณฑลเชสเตอร์ เพนซิลเวเนีย 19 มี.ค. 1734 เดลาแวร์ 24 มิ.ย. 1817
มิดเดิลตัน, อาเทอร์ มิดเดิลตันเพลซ เซาท์แคโรไลนา ปี 1743 เซาท์แคโรไลนา 1 ม.ค. 1787
มอร์ริส, ลูอิส มอร์ริซาเนีย นิวยอร์ก ปี 1726 นิวยอร์ก 22 ม.ค. 1798
มอร์ริส, รอเบิร์ต แลงเคอเชียร์ อังกฤษ ม.ค. 1733 เพนซิลเวเนีย 8 พ.ค. 1806
มอร์ทัน, จอห์น ริดลีย์ เพนซิลเวเนีย ปี 1724 เพนซิลเวเนีย เม.ย. 1777
เนลสัน, ทอมัน, จูเนียร์ ยอร์ก เวอร์จิเนีย 26 ธ.ค. 1738 เวอร์จิเนีย 4 ม.ค. 1780
พาคา, วิลเลียม วาย-มิลล์ แมรีแลนด์ 31 ต.ค. 1470 แมรีแลนด์ 1709
เพน, รอเบิร์ต ทรีต บอสตัน แมสซาชูเซตส์ ปี 1731 แมสซาชูเซตส์ 11 พ.ค. 1814
เพ็นน์, จอห์น เทศมณฑลแครอลีน เวอร์จิเนีย 17 พ.ค. 1741 นอร์ทแคโรไลนา ก.ย. 1788
รีด, จอร์จ เทศมณฑลเซซิล แมรีแลนด์ ปี 1734 เดลาแวร์ 1708
รอดนีย์, ซีซาร์ โดเวอร์ เดลาแวร์ ปี 1730 เดลาแวร์ 1783
รอสส์, จอร์จ นิวแคสเซิล เดลาแวร์ ปี 1730 เพนซิลเวเนีย ก.ค. 1779
รัช, เบนจามิน, พ.บ. บายเบร์รี ฟิลาเดเฟีย 24 ต.ค. 1745 เพนซิลเวเนีย 19 เม.ย. 1813
รัตลิดจ์, เอ็ดเวิร์ด ชาลส์ตัน เซาท์แคโรไลนา เมื่อ พ.ย. 1749 เซาท์แคโรไลนา 23 ม.ค. 1800
เชอร์แมน, รอเจอร์ นิวตัน แมสซาชูเซตส์ 19 เม.ย. 1721 คอนเนทิคัต 23 ก.ค. 1793
สมิท, เจมส์ ไอร์แลนด์ เพนซิลเวเนีย 11 ก.ค. 1806
สต็อกตัน, ริชาร์ด พรินซ์ตัน นิวเจอร์ซีย์ 1 ต.ค. 1730 นิวเจอร์ซีย์ 28 ก.พ. 1781
สโตน, ทอมัส เทศมณฑลชาลส์ แมรีแลนด์ ปี 1742 แมรีแลนด์ 5 ต.ค. 1787
เทย์เลอร์, จอร์จ ไอร์แลนด์ ปี 1746 เพนซิลเวเนีย 23 ก.พ. 1781
ทอร์นตัน, แม็ตทิว ไอร์แลนด์ ปี 1744 นิวแฮมป์เชอร์ 24 มิ.ย. 1803
วอลตัน, จอร์จ เทศมณฑลเฟร็ดริก เวอร์จิเนีย ปี 1740 จอร์เจีย 2 ก.พ. 1804
วิปเพิล, วิลเลียม คิตเทอรี เมน ปี 1730 นิวแฮมป์เชอร์ 28 พ.ย. 1785
วิลเลียมส์, วิลเลียม เลบานอน คอนเนทิคัต 8 เม.ย. 1731 คอนเนทิคัต 2 ส.ค. 1811
วิลสัน, เจมส์ สกอตแลนด์ ราว 1742 เพนซิลเวเนีย 28 ส.ค. 1798
วิตเทอร์สปูน, จอห์น เยสเลอร์ สกอตแลนด์ 5 ก.พ. 1722 นิวเจอร์ซี 15 พ.ย. 1794
วอลค็อตต์, โอลิเวอร์ วินด์เซอร์ คอนเนทิคัต 25 พ.ย. 1726 คอนเนทิคัต 1 ธ.ค. 1797
วิท, จอร์จ เทศมณฑลอิลิซาเบทซิตี เวอร์จิเนีย 1726 เวอร์จิเนีย 8 มิ.ย. 1806

ในบรรดาผู้ลงนามในคำประกาศอิสรภาพ มีบุรุษซึ่งมาจากแทบทุกสาขาอาชีพ โดยเป็นนักกฎหมาย 24 คน, ชาวนาหรือผู้ซึ่งโดยมากแล้วอุทิศตนให้แก่การเกษตร 4 คน, พ่อค้า 9 คน, แพทย์ 4 คน, ศาสนาจารย์พระวรสาร 1 คน, และ 3 คนได้รับการศึกษามาเพื่อวิชาชีพนั้น ๆ แต่เลือกประกอบอาชีพอย่างอื่น, กับผู้ผลิตสินค้า 1 คน ผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่จนถึงวัย 70 ปี มี 3 คนที่อายุเกิน 90 ปีในเวลาที่ถึงแก่ความตาย, 10 คนเกิน 80 ปี, 11 คนเกิน 70 ปี, 14 คนเกิน 60 ปี, 11 คนเกิน 50 ปี, และ 6 คนเกิน 44 ปี ส่วนนายลินช์ (ซึ่งสูญหายไปกลางทะเล) มีอายุเพียง 30 ปี

Decl of Ind & Const of USA (1864, p 028).svg
Decl of Ind & Const of USA (1864, p 029).svg
Decl of Ind & Const of USA (1864, p 030).svg

  1. "Appropriation" แปลว่า การถือครอง ยึดครอง จัดสรร ฯลฯ ก็ได้ (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
  2. "Salary" มักแปลว่า เงินเดือน แต่ที่จริงหมายถึง ค่าจ้างที่จ่ายเป็นงวด ๆ จะเป็นเดือน เป็นปี หรืออย่างอื่นก็ได้ ในที่นี้จึงแปลว่า เงินตอบแทน (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)
  3. "Fortune" หมายถึง (1) โชคชะตา ชะตากรรม หรือ (2) ทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติ ก็ได้ นอกเหนือไปจากความหมายอื่น ๆ แต่ในที่นี้ใช้รูปพหูพจน์ ("fortunes") ซึ่งหมายถึง ชะตากรรม จึงแปลว่า ชะตากรรม (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)