ตำนานพระปริตรและพระปริตร/ตำนานที่ 6

ขันตำนาน วัฏฏกปริตร

 ปูเรนฺตมฺโพธิสมฺภาเร นิพฺพตฺตํ วฏฺฏชาติยํ
ยสฺส เตเชน ทาวฺคิ มหาสตฺตํ วิวชฺชยิ
เถรสฺส สาริปุตฺตสฺส โลกนาเถน ภาสิตํ
กปฺปฏฺฐายิ มหาเตชํ ปริตฺตนฺตมฺภณาม เห.
 
ตำนานที่หก วัฏฏกปริตร

พระสูตรนี้มีเนื้อความตามตำนานว่า สมัยหนึ่ง สมเด็จพระศาสดาเสด็จจาริกไปในแว่นแคว้นมคธเพื่อบิณฑบาตพร้อมด้วยพระสาวกเป็นอันมาก เวลาเสด็จกลับจากบิณฑบาต ไฟป่าใหม้มาถึงทางที่พระสาวกกำลังจาริกอยู่นั้น พระสาวกก็พากันหนีไปสู่ยังที่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับยืนอยู่ในที่แห่งหนึ่ง ครั้นไฟไหม้มาห่างจากที่ประทับออกไปโดยรอบได้ ๑๖ กรีส ไฟก็ดับไปเอง ภิกษุทั้งหลายก็สรรเสริญคุณสมเด็จพระศาสดาว่า มีอานุภาพเป็นมหัศจรรย์ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า ไฟไหม้มาถึงภูมิประเทศอันนี้แล้วดับไปหาใช่เพราะกำลังของพระองค์ในกาลบัดนี้ไม่ ไฟย่อมดับไปเพราะกำลังแห่งความสัตย์ของพระองค์ในกาลก่อน ภิกษุทั้งหลายจึงทูลอาราธนาเพื่อทราบเรื่อง พระองค์จึงนำชาดกเรื่องนี้มาแสดงว่า ในอดีตสมัย พระโพธิสัตว์ได้ถือปฏิสนธิในกำเนิดนกคุ่มอยู่ในแว่นแคว้นมคธนั้น ในกาลเมื่อออกจากฟองไข่แล้ว ยังไม่มีกำลังที่จะเดินและบินไปได้ วันหนึ่ง นกมารดาบิดาพระโพธิสัตว์ออกไปหาอาหาร ให้นกโพธิสัตว์นอนอยู่ในรัง ครั้งนั้น ไฟป่าได้ไหม้เข้ามาในที่ใกล้รังแห่งลูกนกโพธิสัตว์นั้น นกผู้เป็นมารดาบิดาของพระโพธิสัตว์กลัวไฟ ก็บินหนีไป หาออาจกลับมาคุ้มครองลูกน้อยได้ไม่ พระโพธิสัตว์หมดที่พึ่งอย่างอื่นแล้ว จึงระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าในอดีต และคุณพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ และความสัตย์ที่ตนมีอยู่ ความสัตย์นั้น คือ ลูกนกได้กล่าวว่า ปีกทั้งสองของเรามีอยู่ แต่บินไม่ได้ เท้าทั้งสองของเรามีอยู่ แต่เดินไม่ได้ มารดาบิดาทั้งสองของเราไม่อยู่ ออกไปหาอาหาร ถ้าสิ่งทั้งปวงที่กล่าวมานี้เป็นความจริงแน่แล้วไซร้ ขอเปลวไฟจงกลับไปเสียจากที่นี้ ด้วยความสัตย์ที่พระโพธิสัตว์กล่าวนั้น ไฟที่กำลังไหม้อยู่ห่างจากพระโพธิสัตว์ได้ประมาณ ๑๖ กรีสก็หวนไปไหม้ที่อื่นแล้วก็ดับไปเอง ที่อันนั้นห่างจากพระโพธิสัตว์ได้ประมาณ ๑๖ กรีสโดยรอบ ก็เลยเป็นที่มีปฏิหาริย์ ไฟมิได้ไหม้จนตลอดกัลปนี้ ที่อันนั้น ก็คือ ที่ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่เมื่อไฟป่ากำลังไหม้อยู่นั้น.

พระปริตรบทนี้มีพระคาถาที่สวดและคำแปล ดังต่อไปนี้:—

อตฺถิ โลเก สีลคุโณ คุณแห่งศีลมีในโลก
สจฺจํ โสเจยฺยนุทฺทยา ความสัตย์ ความสะอาดกาย และความเอ็นดู มีอยู่ในโลก
เตน สจฺเจน กาหามิ ด้วยคำสัตย์นั้น ข้าพเจ้าจักทำ
สจฺจกิริยมนุตฺตร๊ สัจจกิริยาอันเยี่ยม
อาชฺชิตฺวา ธมฺมพลํ ข้าพเจ้าพิจารณาซึ่งกำลังแห่งธรรม
สริตฺวา ปุพฺพเก ชิเน และระลึกถึงพระชินะทั้งหลายในปางก่อน
สจฺจพลมวสฺสาย อาศัยกำลังสัจจะ
สจฺจกิริยมกาสหํ ขอทำสัจจกิริยา
สนฺติ ปกฺขา อปตฺตนา ปีกทั้งหลายของข้ามีอยู่ แต่บินไม่ได้
สนฺติ ปาทา อวญฺจนา เท้าทั้งหลายของข้ามีอยู่ แต่เดินไม่ได้
มาตา ปิตา จ นิกฺขนตา มารดาบิดาของข้าออกไปหาอาหาร
ชาตเวท ปฏิกฺกม ดูกร เปลวไฟ ขอท่านจงหลีกไป
สห สจฺเจ กเต มยฺหํ ครั้นเมื่อสัจจะอันเราทำแล้ว เปลวไฟอันรุ่งเรืองใหญ่หลีกไป
สิบหกกรีส พร้อมกับคำสัตย์
มหาปชฺชลิโต สิขี
วชฺเชสิ โสฬส กรีสานี
อุทกํ ปตฺซา ยถา สิขี ประหนึ่งเปลวไฟอันตกถึงน้ำ
สจฺเจน เม สโม นตฺถิ สิ่งที่จะเสมอด้วยสัจจะของเราไม่มี
เอสา เม สจฺจปารมีติ ฯ นี้เป็นสัจจบารมีของเราดังนี้ ฯ
Lotus from Tamnan Phra Parit (1966).svg