พระราชบัญญัติโอนกิจการฯ ไปเป็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2509

ตราพระบรมราชโองการ
พระราชบัญญัติ
โอนกิจการบริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐประศาสนศาสตร์
ไปเป็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๐๙

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๙
เป็นปีที่ ๒๑ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรโอนกิจการบริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐประศาสนศาสตร์ไปเป็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "โอนกิจการบริหารในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐประศาสนศาสตร์ไปเป็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๐๙"

มาตรา  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา  ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สินนอกจากที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ไปเป็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

มาตรา  ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

  • ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
  • จอมพล ถนอม กิตติขจร
  • นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้ คือ โดยเหตุที่ได้โอนคณะรัฐประศาสนศาสตร์มาขึ้นอยู่กับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จึงจำเป็นต้องโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สินนอกจากที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เฉพาะที่เกี่ยวกับราชการของคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ไปเป็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

บรรณานุกรมแก้ไข

 

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"