หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๕๓) - ๒๔๗๖.pdf/130

หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๑๒๖

กราบทูลรับพระโองการหาหมีได้ จึงมีพระโองการตรัสว่า ชวนกันเกรงใจพระยาสงขลาเสียสิ้น ไม่มีใครจะพูดด้วย เมื่อเปนอย่างนี้ จะหมีเสียงานเสียกการไปฤๅ แล้วพระโองการตรัสว่า ลอองพระบาทกรมหมื่นศักดิ์เล่า ครั้นจะว่าออกเปนพวกนคร ว่าออกไม่ได้[1] ครั้นจะว่าออกเล่าเปนเข้าข้างหนึ่ง จะว่านั้นยาก จึงรับสั่งถามพระเจ้าลูกเธอว่า ลอองพระบาทกรมหมื่นศักดิ์พูดออกไม่ได้เปนพวกนคร พระเจ้าลูกเธอเปนคนกลาง แล้วก็ไม่เข้าพวก เหนกระไหรยเล่า พระเจ้าลูกเธอกราบทูลว่า ความที่พระยาสุรเสนา พระยาพิไชยสงคราม บอกเข้ามานั้น หาทราบว่ากะไหรยไม่ แต่เมื่อ (ผู้) ช่วยราชการเข้ามา ทราบอยู่ว่า แขกนั้นพระยาสงขลาจัดแจงไว้อยู่บ้างอยู่แล้ว (ผู้) ช่วยราชการสงขลาเห็นได้ทีกราบทูลอ่อน ๆ แต่พอพระโองการได้ยินว่า แขกนั้นพระยาสงขลาจัดได้ไว้ร้อยเศษ เอาไปส่งให้พระยาสุรเสนา ๆ ไม่รับ พระโองการทรงทราบแต่หาตรัสว่าประการใดไม่ ตรัสบ่นเคืองแก่พระยาสงขลาต่อไปว่า เปนผู้น้อยไม่ยำเกรงผู้ใหญ่ เปนอย่างนี้ ถ้ามีราชการทัพศึก ที่ไหนจะเอาการได้ ข้าหลวงซึ่งให้ออกไปไม่ใช่ผู้น้อย เปนถึงพระยาสุรเสนา ก็ไม่มีความเกรง แล้วจะให้ใครไปอิกเล่า แล้วไทยแขกผู้คนก็ไม่ใช่ไพร่บ้านพลเมืองของตัว คนเขาอื่นต่างหาก แกล้งเกียจกันไว้แต่พออย่าให้ได้เปนการ จะทำ ๆ นองเหมือนพระยาสงขลาพี่ชาย[2] นั่นเปนลูกศิษย์หมื่นไวย พูดจากกลับลอก 


  1. เจ้าจอมมารดากรมหมื่นศักดิ์ เปนธิดาเจ้าพระยานครพัฒน์.
  2. คือ พระยาสงขลา จ๋อง.