หน้า:พรบ ลักษณะทาสมณฑลตวันตกเฉียงเหนือ รศ ๑๑๙.pdf/4

หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
วันที่ ๑ กรกฎาคม ๑๑๙
เล่ม ๑๗ น่า ๑๓๗
ราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ถือแลใช้เปนส่วนของพระราชบัญญัตินี้

 มาตรา ๑๖ ให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเปนเจ้าน่าที่จัดการรักษาให้เปนไปตามพระราชบัญญัตินี้จงทุกประการ

 ประกาศมาณวันที่ ๒๑ มิถุนายน รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ ฤๅเปนวันที่ ๑๑๕๔๕ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

ตราพระบรมราชโองการ
  • พระราชบัญญัติสำหรับตรวจป้องกันโรคสัตว์พาหนะ
  • รัตนโกสินทรศก ๑๑๙
 มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า เมื่อรัตนโกสินทรศก ๑๑๕ มีโรคซึ่งเปนอันตรายติดเนื่องกันไดในหมู่สัตว์พาหนะซึ่งบันทุกเรือออกไปเมืองต่างประเทศแลที่ฆ่าเอาเนื้อเปนอาหารเกิดชุกชุมขึ้น อันจะเปนเหตุให้บังเกิดโรคแก่มนุษย์แลเสียทรัพย์สมบัติของคนค้าขายนั้น จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติสำหรับป้องกันโรคสัตว์พาหนะขึ้นไว้ชั่ว
สมัยหนึ่ง แลให้มีเจ้าพนักงานแพทย์ตรวจสัตว์พาหนะแลจัดการป้องกันต่อ ๆ มา

 บัดนี้ ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า มีพวกค้าขายพากันซื้อโคส่งออกไปขายณเมืองต่างประเทศมากขึ้นกว่าแต่ก่อน มีจำนวนโคที่ได้ส่งมาแต่หัวเมืองในมณฑลต่าง ๆ เข้ามาในกรุงเทพฯ ทวีอยู่เสมอทุก ๆ เดือน นับว่าเปนสินค้าอย่างหนึ่งที่เจริญขึ้น แลการที่จะมีเจ้าพนักงานแพทย์คอยตรวจตราป้องกันโรคอยู่นั้นเปนทางที่ดี สมควรจะจัดการนั้นให้แขงแรงตามกาลสมัยแห่งความสมบูรณ์ของพระนครสืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานกรมศุขาภิบาลจัดสฐานที่สำหรับตรวจสัตว์พหานะขึ้นไว้ณที่อันสมควร ตำบลบางฅอแหลม ให้มีโรงเลี้ยงสัตว์ โรงสำหรับฆ่าสัตว์เปนอาหาร โรงสำหรับขังสัตว์ที่มีโรค ทั้งสะพานซึ่งสำหรับจะบันทุกสัตว์พาหนะ ที่เรือใหญ่เล็กจะจอดรับแลส่งสัตว์พาหนะได้โดยสะดวก เหตุฉนี้ จึงเปนการสมควรที่จะต้องตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้เปนข้อบังคับสำหรับการนั้นต่อไป ดังนี้

 มาตรา  พระราชบัญญัตินี้ ให้เรียกว่า "พระราชบัญญัติป้องกันโรคสัตว์พาหนะ รัตนโกสินทรศก ๑๑๙" ให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ได้ลงพิมพ์ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาตามพระบรมราชโองการเปนต้นไป

 มาตรา  ให้ยกเลิกประกาศ ลงวันที่ ๑๙ มกราคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๔ ซึ่งตั้งโดยพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ รัตนโกสินทรศก ๑๑๐ แลพระราชบัญญัติสำหรับป้องกันโรคสัตว์พาหนะ ที่ได้แก้ไว้ในรัตนโกสินทรศก ๑๑๕ นั้น