หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
18
นิทานเวตาล

ปรากฏแก่ตารอบข้าง เสือคำรามอยู่ก็มี ช้างฟาดงวงอยู่ก็มี หมาไนซึ่งขนเรือง ๆ อยู่ในที่มืดก็กินซากศพซึ่งกระจัดกระจายเป็นชิ้นเป็นท่อน หมาจิ้งจอกก็ต่อสู้กันแย่งอาหาร คือ เนื้อและกระดูกมนุษย์ หมีก็ยืนเคี้ยวกินตับแห่งทารก ในที่ใกล้กองไฟ เห็นรูปผีนั่งยืนและลอยอยู่เป็นอันมาก ทั้งมีเสียงลมและฝน เสียงสุนัขเห่าหอน เสียงนกเค้าแมวร้อง และเสียงกระแสน้ำไหลกลบกันไป

ในท่ามกลางสิ่งที่น่าเกลียดและน่ากลัวเหล่านี้ โยคีศานติศีลนั่งอยู่ใกล้กองไฟ มีกะโหลกศีร์ษะวางอยู่บนข มือถือกระดูกแข้งมือละท่อน เคาะกะโหลกเป็นเพลงให้ภูตต่าง ๆ รำและโลดไปมาอยู่รอบข้าง

พระวิกรมาทิตย์ทรงความกล้าอย่างที่สุดดังจะเห็นได้ในเวลาที่รบยักษ์นั้นแล้ว แต่ความกล้านั้นประกอบด้วยความระมัดระวังพระองค์ ครั้นเห็นมนุษย์แวดล้อมด้วยผีดังนั้น ก็ซ้ำคิดถึงคำยักษ์ เห็นเป็นช่องอันดีที่จะทำลายศัตรูซึ่งมุ่งร้ายต่อพระองค์ ทรงคิดว่า ในขณะนั้น ถ้าตรงเข้าไปฟันด้วยพระแสงดาบอันคมกล้าให้หัวโยคีขาดไป ก็จะทำได้สำเร็จประสงค์โดยง่าย แต่ทรงรำลึกว่า ได้ทรงสัญญาเสียแล้วว่า จะมารับใช้โยคีในคืนวันนั้น จำต้องปฏิบัติตามข้อสัญญา และระวังพระองค์ คอยหาโอกาสในเวลาข้างหน้าต่อไป

พระราชาทรงดำริห์ฉะนี้แล้ว จึ่งเสด็จทรงนำพระราชบุตรเข้าไป กระทำกิริยาเคารพโยคีเป็นอันดี แล้วทรงนั่งลงบนพื้นดินตามคำโยคีทูลเชิญ สักครู่หนึ่ง พระราชาตรัสว่า "เรามาทั้งนี้โดยสัญญาจะปฏิบัติคำสั่งแห่งท่าน ท่านจะให้เราทำอันใด จงว่าไปเถิด"

โยคีทูลตอบว่า "พระองค์เสด็จมาถึงแล้ว ก็จงปฏิบัติตามประสงค์ข้อหนึ่งของข้าพเจ้าก่อน คือ ในทิศใต้ มีป่าช้าเช่นเดียวกันนี้อีก