พระธรรมนูญศาลยุติธรรม แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2473

ตราพระบรมราชโองการ
ตราพระบรมราชโองการ
พระธรรมนูญศาลยุตติธรรม แก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช ๒๔๗๓

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า

โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม เพื่อยังประโยชน์ในราชการให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีได้ดำเนิรไปโดยเร็ว

จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยบทมาตราต่อไปนี้

มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า "พระธรรมนูญศาลยุตติธรรม แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๓"

มาตราให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ เป็นต้นไป

มาตราให้ยกเลิกข้อ ๒ และ ๓ แห่งประกาศเรื่องแก้ไขอำนาจศาลมณฑล ร.ศ. ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๔๕๒) นั้นเสีย

มาตราให้ยกเลิกมาตรา ๑๙ วรรคแรก แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๑๙ ศาลมณฑลให้มีอธิบดีผู้พิพากษานายหนึ่งกับผู้พิพากษาอื่นอีก ผู้พิพากษารวมสองนายจึ่งจะเป็นองค์คณะที่จะพิจารณาพิพากษาอรรถคดีได้เต็มอำนาจศาล

ศาลจังหวัดให้มีผู้พิพากษาไม่ต่ำกว่าสองนาย และผู้พิพากษารวมสองนายจึ่งจะเป็นองค์คณะที่จะพิจารณาพิพากษาอรรถคดีได้เต็มอำนาจศาล

คดีในศาลมณฑลก็ดี และศาลจังหวัดก็ดี ผู้พิพากษาเพียงนายเดียวก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ ถ้าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจตำแหน่งของผู้พิพากษานั้น ๆ จะพิจารณาพิพากษาได้

ศาลแขวงจะให้มีผู้พิพากษาเพียงนายเดียวก็ได้

ให้อธิบดีผู้พิพากษาหรือผู้แทนอธิบดีเป็นหัวหน้ามีอำนาจบังคับบัญชาผู้พิพากษาในศาลทั้งปวงในมณฑลนั้น"

มาตราให้ยกเลิกมาตรา ๒๖ แห่งพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม ร.ศ. ๑๒๗ (พ.ศ. ๒๔๕๑) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"มาตรา ๒๖ ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงได้ทุกบทกฎหมาย"

มาตราให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลมณฑลมีอำนาจที่จะไปนั่งพิจารณาพิพากษาคดีได้ทุกศาลในมณฑลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีเรื่องใด ก็ให้มีอำนาจลงชื่อเป็นคณะพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งได้ด้วย

มาตราให้ศาลจังหวัดในเขตต์พระมหานครมีอำนาจอย่างเดียวกับศาลจังหวัดอื่น และให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลโปรีสภาและศาลจังหวัดเขตต์พระมหานครมีอำนาจในศาลจังหวัดและเหนือผู้พิพากษาในศาลนั้น ๆ อย่างเดียวกับอธิบดีผู้พิพากษาศาลมณฑล

มาตราบรรดาอรรถคดีที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันใช้พระธรรมนูญศาลยุตติธรรม แก้ไขเพิ่มเติม นี้ ให้พิจารณาและบังคับตามพระราชกำหนดกฎหมายเดิม

ประกาศมาณวันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๓ เป็นปีที่ ๖ ในรัชชกาลปัจจุบัน

บรรณานุกรม แก้ไข

 

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"